ทรีตเมนท์ > Filler (Juvederm มาตราฐาน FDA สหรัฐอเมริกา)
เป็นสารเติมเต็มผิวตามธรรมชาติ ที่มีความปลอดภัยสูง ไม่จำเป็นต้องทำการทดสอบการแพ้ก่อนทำ การรักษา Hyaluronic Acid ที่มีอยู่ใต้ผิวตามธรรมชาตินั้นทำหน้าที่เก็บกักน้ำใต้ผิว และรักษาช่องว่างเซลล์ผิวหนัง เมื่ออายุมากขึ้นปริมาณ Hyaluronic Acid จะลดลงทำให้ผิวแห้งกร้านและเกิดรอยได้ง่าย เติมเต็มจุดบกพร่องให้ใบหน้าดูสมส่วน

 

  • เติมจมูก
  • ลดร่องลึกใต้ตา
  • เติมริมฝีปากให้ดูอวบอิ่มได้รูป
  • เสริมคาง
  • เติมร่องแก้ม
  • อื่นๆ

 


Filler คืออะไร ?
Filler หรือ สาร Hyaluronic Acid (HA) เป็นสารประกอบของ Collagen ที่มีอยู่แล้วในผิวหนังของเรา ซึ่งหลายๆ ท่านคงจะเคยได้ยินกันจนชินหูแล้วกับคำว่า Collagen แต่ก็ยังไม่รู้ชัดเจน Collagen นั้นเป็นโปรตีนสำคัญของผิว เพราะเป็นส่วนที่เปรียบได้กับสปริงของผิวหนัง ช่วยสร้างความตึงให้กับผิวหนังชั้น หนังแท้ นึกถึงเวลาจับแก้มเด็กเล็ก ๆ ดู จะสัมผัสได้ทันที ถึงความใส ตึง ที่ผิวแก้ม แต่ภายหลังอายุ 20 ปี  Collagen โปรตีนจะเสื่อมสภาพลง พอสปริงไม่เด้งเหมือนเก่า ผิวหนังจึงยุบตัวลง ความเหี่ยวย่น ริ้วรอย และความชราของผิวพรรณจึงปรากฏ

 


การฉีด Filler ช่วยทำให้หน้าอ่อนเยาว์ลงจริงหรือ ?
ก่อนอื่นต้องเข้าใจให้ตรงกันก่อนว่า การรักษาเพื่อทำให้ผิวพรรณอ่อนเยาว์ลงนั้นมีอยู่หลายวิธี เนื่องจาการที่ใบหน้าคนเราดูสูงวัยขึ้นนั้น มีองค์ประกอบด้วยกันหลายประการ หากปัญหาคือร่องลึกซึ่งเกิดจากการขาดเนื้อหนัง หรือชั้นไขมันที่บริเวณนั้น หรือเนื้อที่เคยอยู่ตรงนั้นมันสลายหายไปหรือห้อยย้อยไป ทำให้ดูสูงวัยขึ้น ซึ่ง Filler เป็นสารเติมเต็ม เพื่อแก้ปัญหาริ้วรอยร่องลึกหรือใช้แก้ไข จุดบกพร่องบนใบหน้า เพื่อเติมเต็มและสร้างมิติ ให้กับส่วนต่างๆบนใบหน้า มีความปลอดภัย สามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ ประมาณ 9 -12 เดือน

 


การเติม Filler มีขั้นตอนการฉีดอย่างไร ?

การรักษาด้วยการฉีดฟิลเลอร์ต้องกระทำด้วยแพทย์ ที่มีประสบการณ์และความเชี่ยว ชาญในการรักษา แพทย์จะเลือก บริเวณที่จะฉีดให้เหมาะสม กับปัญหาของคนไข้ในแต่ละกรณี  การรักษาใช้เวลาประมาณ 15 – 40 นาทีและไม่ต้องเสียเวลา ในการพักฟื้นแต่อย่างใดสามารถใช้ชีวิตประจำวัน ตามปกติได้ทันที

 

Filler ช่วยแก้ไขปัญหาอะไรบ้าง ?

  • แก้ไขปัญหาร่องแก้มที่เป็นจุดเด่นทำให้มองดูมีอายุ ขาดความอวบอิ่ม
  • ลบริ้วรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า
  • เสริมจมูกให้ดูมีมิติ
  • เสริมคาง แก้ไขปัญหาเรื่องคางย้อย
  • ตกแต่งริมฝีปาก แก้ปัญหามุมปากตก ริมฝีปากบาง ปรับขนาดให้เท่ากัน
  • ฉีดขมับ แก้ปัญหาขมับตอบ ให้หน้าดูอวบอิ่ม
  • ใต้ตา ทำให้ดูตาดูสดใส ไม่เศร้าหมอง

 

“จันทรัตน์คลินิก”  ใช้ฟิลเลอร์ยี่ห้อไหน ?
Juvederm เป็นฟิลเลอร์ที่ผลิตโดยประเทศอเมริกา จำหน่ายโดยบริษัทเดียวกับ Botox Allergan และได้รับการรับรองการนำเข้าอย่างถูกต้องจาก องค์การอาหารและยาของไทย

 

ข้อดีของ Juvederm คือ

  • ไม่เจ็บปวด เพราะมีส่วนผสมของยาชา
  • เมื่อฉีดแล้วอยู่ได้นานประมาณ 6-18 เดือน หรือสำหรับ Juvederm Voluma อยู่ได้นาน ปีครึ่ง-2ปี (เทียบกับยี่ห้ออื่นอยู่ได้ประมาณ 3-6 เดือน)
  • ไม่เป็นก้อน และผิวหนังเรียบเนียน กลืนกับผิว
  • ไม่ยุบตัวหลังฉีดเยอะเหมือนฟิลเลอร์ยี่ห้ออื่น

หลังการฉีดฟิลเลอร์ควรปฏิบัติตัวอย่างไร ?

  • หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์  2  วัน หลังจากฉีด
  • เมื่อบริเวณที่รักษาเป็นก้อน สามารถใช้นิ้วมือที่สะอาดนวดเบา ๆ ได้
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสความร้อนจัด เช่น การอบซาวน่า  การยิงเลเซอร์
  • หลีกเลี่ยงการรับประทานยาที่ทำให้เลือดออกง่าย เช่น แอสไพริน
  • ดื่มน้ำมาก ๆ หลังการฉีดฟิลเลอร์

 



Filler เป็นสารที่ปลอดภัยหรือไม่เมื่อฉีดเข้าไปในผิวหนัง ?

Filler เป็นสารเติมเต็มที่สกัดมาจากธรรมชาติเป็นกรดไฮยาลูโรนิกแอสิด (Hyaluronic acid)  ที่มีอยู่ในผิวหนัง ของคนเรา เมื่อฉีดเข้าไปสารเติมเต็มตัวนี้ก็จะเสื่อมสลายหายไป ตามระยะเวลาการคงสภาพ ของสารเติมเต็ม จึงทำให้ ปลอดภัยและไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย

 


การฉีด Filler สามารถอยู่ได้นานแค่ไหน ?
ฟิลเลอร์เป็นสารเติมเต็มที่สกัดมาจากธรรมชาติย่อมจะมีการเสื่อม สลายไปตามระยะเวลา ในการรักษาเฉลี่ยโดยทั่วไปฟิลเลอร์จะมีอายุการใช้ งาน ประมาณ 1-2 ปี ถ้าคนไข้อยากให้การฉีดฟิลเลอร์มีอายุ การใช้งานที่นานขึ้น ควรจะดื่มน้ำให้มากๆ จะทำให้ฟิลเลอร์ที่เป็น สารเติมเต็ม ซึ่งมีคุณสมบัติอุ้มน้ำได้ดีทำให้ผลการรักษายาวนานขึ้น